หน้าหลัก > ธุรกิจเอสซีจี

ธุรกิจเอสซีจี

       
ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
 

“กลยุทธ์การผนึกกำลังขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนของเอสซีจี ส่งผลให้เกิดการดำเนินธุรกิจในหลากหลายพื้นที่ และเพื่อให้สามารถใช้กำลังการผลิตของโรงงานปูนซีเมนต์แห่งใหม่ในกัมพูชาและอินโดนีเซียได้เต็มศักยภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เอสซีจีได้ลงทุนในโครงการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ที่ใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจในไทยนอกจากจะตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศแล้วยังครอบคลุมถึงตลาดในอาเซียนอีกด้วย โดยเอสซีจียังคงมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”

ผลการดำเนินงานของธุรกิจ

  • ในปี 2560 ความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศไทยมีปริมาณลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ภายในประเทศ มาจากงบประมาณลงทุนภาครัฐ ส่วนความต้องการของภาคครัวเรือนและภาคเอกชนยังคงชะลอตัว ขณะที่การส่งออกมีปริมาณเพิ่มขึ้นเทียบกับปีที่ผ่านมา
  • เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขายรวม 175,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อน โดยมี EBITDA 22,319 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากปีก่อน และมีกำไรสำหรับปี 7,230 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15 จากปีก่อน

ความท้าทายของธุรกิจ

  • สำหรับตลาดสินค้าซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ในประเทศยังคงหดตัวในช่วงที่ผ่านมา จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกำลังซื้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
  • ส่วนธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตค่อนข้างดีในภาพรวม เนื่องมาจากการขยายตัวของตลาดซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างในประเทศต่าง ๆ โดยในกัมพูชามีการเติบโตของการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น โครงการก่อสร้างถนนในประเทศ เช่นเดียวกับตลาดก่อสร้างอินโดนีเซียกระเตื้องขึ้นจากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลัก มาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล เช่น ทางด่วน สนามบิน เขื่อน และรถไฟความเร็วสูง ส่วนตลาดก่อสร้างในเมียนมา เติบโตจากการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ ขณะที่เวียดนามได้รับผลดี จากโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น สะพานและท่าเรือ นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์มีนโยบายพัฒนาระบบสาธารณูปโภค กระตุ้นการก่อสร้างและเศรษฐกิจในประเทศ

ความมุ่งมั่นขององค์กรเพื่อตอบรับทุกการเปลี่ยนแปลง

ด้านทรัพยากรบุคคล

  • พัฒนาพนักงานให้สามารถสนับสนุนการดำเนินธุรกิจภายใต้กระบวนการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลง (Way of Working) รวมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจ เช่น การมองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และการทำงานแบบลงมือปฏิบัติจริง
  • เปิดโอกาสให้พนักงานทุกๆ หน่วยงานได้แสดงศักยภาพโดยการ Open และ Challenge แนวทางในการทำงาน เพื่อคิดค้นนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมถึงการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ (High Value Added) ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับลูกค้า สังคม และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ด้านสินค้าและนวัตกรรม

  • วิจัยและพัฒนานวัตกกรมผ้าใบคอนกรีต (Concrete Fabric) โดยได้ต่อยอดการนำผ้าใบคอนกรีตไปใช้ติดตั้งที่หน้างานจริง เช่น อ่างเก็บนํ้าบ้านสาแพะ จังหวัดลำปาง และเขื่อนกั้นนํ้าท่าโหมด จังหวัดพัทลุง เพื่อสร้างตลาด ให้ความรู้กับผู้ใช้งาน และเตรียมความพร้อมก่อนการขายจริง
  • วิจัยและพัฒนาปูนมอร์ตาร์สหรับใช้กับเครื่อง 3D Printing (3D Printing Mortar) เนื่องจากในอนาคตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (Extrusion 3D Printing) จะสามารถสร้างบ้านสมบูรณ์แบบได้ทั้งหลังเอสซีจีจึงเตรียมความพร้อมด้วยการพัฒนา 3D Printing Technology เป็นของตนเอง โดยสามารถใช้งานได้กับวัสดุซีเมนต์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ของเอสซีจีได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานได้แล้ว ยังได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย เช่น ติดตั้งหน้างานได้อย่างสะดวก สามารถออกแบบรูปทรงได้อย่างอิสระ สร้างงานที่มีความซับซ้อนได้ และติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว
  • วิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบระบายอากาศอัจฉริยะและระบบควบคุมคุณภาพอากาศจากภายในบ้าน เพื่อยกระดับและทำให้เป็นมาตรฐานคุณภาพสำหรับที่อยู่อาศัย ด้วยนวัตกรรมที่ผสมผสานเทคโนโลยีระบายอากาศแบบธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ (Passive Stack Ventilation) กับการระบายอากาศด้วยพัดลมพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัจฉริยะ เพื่อสร้างสภาวะสุขสบายสำหรับการอยู่อาศัยและลดความอบอ้าวจากความร้อนสะสม ซึ่งมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ครอบคลุมในหลากหลายกลุ่มลูกค้ามากขึ้น รวมถึงนวัตกรรมที่สามารถควบคุมคุณภาพอากาศภายในบ้าน (Well Air System) ที่มีระบบ Smart Control ในการควบคุมความชื้น อุณหภูมิ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ และ VOCs ให้อยู่ในปริมาณที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับห้องที่ใช้ระบบปรับอากาศ
  • วิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ SCG Eldercare Solution ซึ่งเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ที่เจาะลึกผู้มีปัญหาเรื่องข้อต่อกระดูกและกล้ามเนื้อส่วนล่างของกลุ่มสินค้านวัตกรรมสำหรับห้องนอนที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาการลุกนั่ง และมีโอกาสเกิดการล้ม เช่น ระบบเตียงนอนที่ลุกนั่งสะดวก ระบบแสงสว่างอัจฉริยะเมื่อลุกจากเตียง และสุขภัณฑ์ข้างเตียง นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มที่ต้องใช้ชีวิตบนเตียง ที่สามารถลดการเกิดแผลกดทับ และสามารถปรับลุกนั่งหรือเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก
  • วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าทดแทนไม้เพิ่มเติมการใช้งานภายนอกที่ครอบคลุมหลากหลายมากขึ้น เช่น ไม้บัวติดผนังและไม้เชิงชาย One Piece โดยใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปแบบอัดรีด (Extrusion Technology) และเทคโนโลยีวัสดุไฟเบอร์คอมโพสิต

การดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  • บริษัทเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ได้ลงทุนในโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 500 กิโลวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 660กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs) ได้ 384 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี คิดเป็นเงินลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 2 ล้านบาทต่อปี
  • บริษัทสยามซานิทารีแวร์อินดัสทรี จำกัด ร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินสระบุรี นำกากดินดำซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตในโรงงาน ไปใช้ในการผลิตดินเพาะปลูกให้กับชุมชนเพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนหมู่ที่ 15 และชุมชนแก่งคอย และใช้ในการปลูกหญ้าแฝกร่วมกับค่ายทหารอดิศร จังหวัดสระบุรี ในโครงการรณรงค์ปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและนํ้า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา ซึ่งมีศูนย์การทหารม้าค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี และสถานีพัฒนาที่ดินสระบุรี สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 กรมพัฒนาที่ดิน เป็นเจ้าภาพ และเตรียมต่อยอดเป็นโครงการร่วมกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่สระบุรีในอนาคต
  • บริษัทเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ผู้ผลิตปูนซีเมนต์งานโครงสร้าง เอสซีจี และเสือ ซีเมนต์ ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ 17 ผลิตภัณฑ์ และฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ 17 ผลิตภัณฑ์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ ปูนซีเมนต์งานโครงสร้าง เอสซีจี ยังได้รับการรับรองเครื่องหมาย “ฉลากเขียว” จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นรายแรกและรายเดียวของไทยด้วย
  • บริษัทสยามปูนซิเมนต์ขาว จำกัด ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ขาว ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ 10 ผลิตภัณฑ์และฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ 3 ผลิตภัณฑ์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
  • บริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด ผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ และผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ 10 ผลิตภัณฑ์ และฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ 3 ผลิตภัณฑ์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
  • บริษัทเดอะ สยาม เซรามิค กรุ๊ป อินดัสทรี จำกัด ได้รับการรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง แบรนด์ SGI Tiles จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และได้รับการรับรองเครื่องหมาย “ฉลากลดคาร์บอน” จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
  • บริษัทสยามซานิทารีฟิตติ้งส์ จำกัด ได้รับการรับรอง “ฉลากลดคาร์บอน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำที่ผลิตในแบรนด์ COTTO

SCG Cement-Building Materials Consolidated Financial Information

  2560 2559 2558 2557 2556
ข้อมูลจากงบแสดงฐานะการเงิน
สินทรัพย์หมุนเวียน 56,466 58,702 56,384 53,566 51,935
สินทรัพย์ 213,134 203,068 187,976 168,662 155,711
หนี้สิน 106,913 103,198 105,242 85,937 72,699
ส่วนของผู้ถือหุ้น 106,221 99,870 82,734 82,725 83,012
ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุน
รายได้จากการขาย 175,255 170,944 178,988 185,423 174,642
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย 169,431 163,956 168,306 170,565 158,350
กำไรสำหรับปี * 7,230 8,492 10,250 13,180 16,092
EBITDA ** 22,319 23,693 24,395 26,683 26,274

*กำไรสำหรับปีส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่
**กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม