หน้าหลัก > ธุรกิจเอสซีจี

ธุรกิจเอสซีจี

       
ธุรกิจแพคเกจจิ้ง
 

“เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ได้เปลี่ยนชื่อจาก เอสซีจี เปเปอร์ เป็น เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา โดยการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวสะท้อนถึงกลยุทธ์ของธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านบรรจุภัณฑ์และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการขยายธุรกิจเข้าสู่ Flexible Packaging ในช่วงสองปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ยังมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าและบริการด้านบรรจุภัณฑ์ ให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจรและยั่งยืน (Total Packaging Solutions Provider) ดังจะเห็นได้จากการพัฒนาสินค้าและบริการด้านบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง”

ผลการดำเนินงานของธุรกิจ

ปี 2560 มีรายได้จากการขายรวม 81,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปีก่อน สาเหตุหลักจากสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานในกลุ่มประเทศอาเซียน EBITDA เท่ากับ 12,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปีก่อน และมีกำไรสำหรับปี 4,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับปีก่อน

สายธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Packaging Chain): สายธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Packaging Chain): ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปี 2558 ตามความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มประเทศในอาเซียน ซึ่งมีปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อน

สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain): ปริมาณขายกระดาษพิมพ์เขียนลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปี 2559 สาเหตุหลักจากปริมาณการขายส่งออกที่ลดลงจากปีก่อน ในขณะที่ความต้องการของตลาดในประเทศยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายของธุรกิจ

  • ในปี 2560 ความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณการส่งออกที่ดีกว่าคาดการณ์ สำหรับความต้องการในอาเซียน ยังคงเติบโตตามทิศทางของเศรษฐกิจและการผลิตเพื่อการส่งออก ในด้านการแข่งขัน ผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกในภูมิภาคอาเซียนยังคงขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง การเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น นับเป็นความท้าทายของ ผู้ประกอบการที่ต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพภายในองค์กร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและรักษาการเติบโตของธุรกิจให้ได้อย่างยั่งยืน
  • ความต้องการของอุตสาหกรรมกระดาษพิมพ์เขียนในประเทศไทยในปี 2560 ยังคงมีปริมาณความต้องการลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่สื่อสิ่งพิมพ์ถูกทดแทนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Media) โดยเฉพาะในกลุ่มงานสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณาและนิตยสาร ขณะเดียวกันปริมาณการนำเข้า ของกลุ่มกระดาษเคลือบผิว และกระดาษถ่ายเอกสารเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้อุตสาหกรรมกระดาษถ่ายเอกสารยังคงมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากผู้ผลิตในจีนและอินโดนีเซีย

ความมุ่งมั่นขององค์กรเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลง

ด้านธุรกิจ

  • ลงทุนในธุรกิจ Rigid Plastic Packaging โดยเข้าซื้อหุ้น ร้อยละ 75 ในบริษัทคอนิเมก จำกัด โดยมีสินค้าหลัก ได้แก่ ขวดพลาสติก หลอดบรรจุภัณฑ์พลาสติก และฝา โดยมีกลุ่มลูกค้าหลัก เป็นผู้ผลิตเครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค และของเหลวอุตสาหกรรม ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การลงทุนนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจี แพคเกจจิ้ง ในการเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเป็นการเพิ่มสัดส่วนการขายในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม
  • เข้าซื้อหุ้น้อยละ 80 ใน PT Indocorr Packaging Cikarang โดย Indocorr เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ (Corrugated Containers) คุณภาพสูงในอินโดนีเซีย โดยมีบริษัทข้ามชาติ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภค บริโภคเป็นลูกค้าหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 32,000 ตันต่อปี ภายหลังการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จะมีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียนรวม เพิ่มขึ้นเป็น 1,045,000 ตันต่อปี
  • ขยายฐานธุรกิจดีสเพลย์แพคเกจจิ้ง เพื่อรองรับตลาดบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง โดยเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 75 ในบริษัทพรีซิชั่น พริ้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้าที่พิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ท (Offset Printing) โดยเฉพาะสินค้ากล่องที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เครื่องสำอาง และเวชภัณฑ์ การลงทุนในธุรกิจดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมภาพรวมธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นผู้ผลิตสินค้าและให้บริการบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ของเอสซีจี แพคเกจจิ้ง

ด้านทรัพยากรบุคคล

  • สนับสนุนและเตรียมความพร้อมพนักงานในการปรับตัวเข้าสู่โมเดลธุรกิจใหม่ เสริมแนวคิดและให้ความรู้ในการนำดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ผลิตสินค้าและให้บริการบรรจุภัณฑ์ครบวงจรที่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับลูกค้า
  • เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าและให้บริการบรจุภัณฑ์ครวงจร เอสซีจี แพกเกจจิ้ง ได้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีความเหมาะสมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาผู้บริหารให้เป็นผู้นำที่มีความสามารถพร้อมเป็นแบบอย่างที่ดี

ด้านสินค้าและนวัตกรรม

  • คิดค้นและพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์ม (E-Store) ที่ช่วยรองรับการบริหารจัดการอะไหล่เครื่องจักร (Spare Part) สามารถแสดงรายการและจำนวนอะไหล่เครื่องจักรระหว่างโรงงาน ทำให้เกิดการบริหารจัดการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลดจำนวนและค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุผักผลไม้สดเพื่อการส่งออก (OptiBreath) และขยายตลาดไปยังธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) พร้อมพัฒนาบริการให้ครบวงจรด้วยการเพิ่มบริการออกแบบ (Design Customization) เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายและเหมาะสมกับสินค้ามากขึ้น
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับของเหลวพร้อมฝาเกลียวสำหรับสินค้าประเภทเครื่องดื่มและสินค้าชนิดเติม (Spout Pouch) เพิ่มความน่าสนใจด้วยการออกแบบให้ถุงบรรจุภัณฑ์สามารถตั้งได้ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกในการใช้งาน
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Retort Pouch) ที่สามารถทนต่อความร้อนและความดันสูง เหมาะสำหรับบรรจุอาหารที่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อ สามารถเก็บรักษาคุณภาพของอาหารได้นานและพร้อมรับประทาน ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบาย ลดเวลาในการเตรียมอาหาร
  • พัฒนาช่องทางการขายสำหรับบรรจุภัณฑ์อารปลอดภัยแบรนด์ “เฟสท์” ผ่านร้านขายปลีกแบบสมัยใหม่และร้านขายแบบดั้งเดิมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจด้วยการเพิ่มบริการออกแบบบรรจุภัณฑ์ สร้างมูลค่าให้กับบรรจุภัณฑ์ของลูกค้าธุรกิจ
  • พัฒนาช่องทางการขายสำหรับบรรจุภัณฑ์อารปลอดภัยแบรนด์ “เฟสท์” ผ่านร้านขายปลีกแบบสมัยใหม่และร้านขายแบบดั้งเดิมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจด้วยการเพิ่มบริการออกแบบบรรจุภัณฑ์ สร้างมูลค่าให้กับบรรจุภัณฑ์ของลูกค้าธุรกิจ
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกสำหรับงานพัสดุต่างๆ ตอบโจทย์การบริการแบบครบวงจร ด้วยบริการออกแบบบรรจุภัณฑ์ บริการส่งสินค้า และการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ผ่านระบบ e-commerce ที่เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับบรรจุภัณฑ์ของธุรกิจ
  • พัฒนากระดาษรังผึ้ง (Honeycomb) ที่ช่วยทดแทนการใช้ไม้ โดยกระดาษรังผึ้งมีความแข็งแรง ทนทาน แต่นํ้าหนักเบา จึงเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สามารถนำไปผลิตเป็นโต๊ะหรือชั้นวางของ รวมถึงงานประเภทขนส่ง

การดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  • ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต ผ่านการปรับสมดุลการใช้นํ้า การติดตั้งอุปกรณ์และระบบเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมนํ้าทิ้ง จากเครื่องจักรหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในส่วนการผลิตอื่น ๆ โดยสามารถลดปริมาณการใช้นํ้าลงได้ 1,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
  • ลดปริมาณการเกิดวัสดุเหลือใช้ภายในโรงงาน และการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การติดตั้งเตาเผาปูนขาว เพื่อลดปริมาณ Lime Mud ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตเยื่อ การนำกากตะกอนจากระบบบำบัดนํ้า ไปเป็นส่วนประกอบในการทำสารปรับปรุงดิน การนำวัสดุจากเตาเผาไปผลิตเป็นอิฐบล็อกและอิฐประสาน
  • ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำทิ้งให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยเทคโนโลยีบำบัดแบบไม่ใช้อากาศที่ทันสมัยสามารถนำนํ้าที่บำบัดแล้วไปแจกจ่ายให้เกษตรกรรอบโรงงานใช้เพิ่มผลิตผลทางการเกษตรและสามารถนำก๊าซจากระบบดังกล่าว มาใช้เป็นพลังงานทดแทนนํ้ามันเตาและถ่านหิน
  • ร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านการบริหารจัดการนํ้าอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรม “รักษ์นํ้า The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” สร้างฝายชะลอนํ้าที่เหมาะสมในจังหวัดนครศรีธรรมราช กาญจนบุรี และขอนแก่น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน
  • จัดโครงการประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์ “SCG Packaging x Wallpaper* The Challenge 2017” ให้เยาวชนรุ่นใหม่มีเวทีในการแสดงศักยภาพด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ผ่านโจทย์จากผู้ประกอบการชั้นนำ ได้แก่ บริษัทไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทอำพล ฟูดส์ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายที่ดีกับกลุ่มอาจารย์ด้านบรรจุภัณฑ์
  • จัดโครงการ “Green Mart – ตลาดสีเขียว We Are Greeners” เป็นปีที่ 3 เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชนรอบโรงงานและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการสีเขียวได้มีตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยมียอดขายจากกิจกรรมปี 2560 รวม 1,285,000 บาท


ข้อมูลทางการเงิน (ล้านบาท)

  2560 2559 2558 2557 2556
ข้อมูลจากงบแสดงฐานะการเงิน
สินทรัพย์หมุนเวียน 29,317 24,574 24,295 22,969 21,782
สินทรัพย์ 91,312 85,369 83,218 73,987 65,169
หนี้สิน 35,661 32,617 34,892 29,150 26,133
ส่วนของผู้ถือหุ้น 55,651 52,752 48,326 44,837 39,036
ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุน
รายได้จากการขาย 81,455 74,542 70,907 64,614 59,135
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย 76,539 74,542 70,907 64,614 54,731
กำไรสำหรับปี * 4,719 3,565 3,463 3,448 3,587
EBITDA ** 12,431 10,884 10,831 9,718 9,473

* กำไรสำหรับปีส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่
** กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม