หน้าหลัก > รู้จักเอสซีจี

รู้จักเอสซีจี

สารจากคณะกรรมการ

ในปี 2564 เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ขณะที่ต้นทุนพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนวิกฤตภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรง อย่างไรก็ดี เอสซีจีสามารถรักษาการเติบโตได้เป็นที่น่าพอใจ จากการเร่งทรานส์ฟอร์มทุกธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับ 3 เมกะเทรนด์ ได้แก่ ชู ESG ในการดำเนินธุรกิจ ใช้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ ของลูกค้า ช่วยลดต้นทุนการผลิตและขยายอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการพัฒนาโซลูชัน รับเทรนด์การรักษ์สุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิต

  ทางรอดคือ การปรับตัว  
 
     

จากการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนปรับตัว และเตรียมแผนรองรับได้ทันท่วงที ส่งผลให้ฐานะทางการเงิน โดยรวมของเอสซีจี ณ สิ้นปี 2564 ยังคงแข็งแกร่ง ผลประกอบการ โดยรวมของเอสซีจี มีรายได้จากการขายรวม 530,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 จากปีก่อน สาเหตุจากผลการดำเนินงาน ที่่ดีขึ้นในทุกธุรกิจ ส่วนใหญ่จากราคาและปริมาณการขายของ สินค้าเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น และมีกำไรสำหรับปี 47,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 จากปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ ธุรกิจเคมิคอลส์ โดยปี 2564 เอสซีจีมียอดขายสินค้า และบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services : HVA) อยู่ที่ 182,510 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34 ของยอดขายรวม อัตราส่วนหนี้สินสุธิต่อ EBITDA (Net Debt to EBITDA) มีสัดส่วนอยู่ที่2.6 เท่า กระแสเงินสดมีเสถียรภาพจาก ผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักที่มั่นคง คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติเสนอ ให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 อนุมัติการจ่ายเงินปันผล ประจำปี 2564 เป็นเงินทั้งสิ้น 22,200 ล้านบาท หรือในอัตราหุ้นละ 18.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 47 ของกำไรสำหรับปีตามงบการ เงินรวม แบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 8.50 บาท และเงินปันผลประจำปี ส่วนที่่เหลือในอัตราหุ้นละ 10 บาท

 
     

  มุ่งสู่ Net Zero ในปี 2593 ด้วยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือก ลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง และพัฒนาธุรกิจคาร์บอนต่ำ  
 
     

ชู ESG 4 Plus สร้างความยั่งยืนระยะยาว

เอสซีจีขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกรอบแนวคิด ESG โดย กำหนดเป็นแนวทาง ESG 4 Plus “มุ่ง Net Zero - Go Green - Lean เหลื่อมล้ำ - ย้ำร่วมมือ” ภายใต้ความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs ของสหประชาชาติ และดำเนินตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ดังนี้

  1. มุ่ง Net Zero เพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือก วิจัยและลงทุน ในเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Technology) และสตาร์ตอัป อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อให้บรรลุ เป้าหมาย การลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงร้อยละ 20 ภายในปี 2573 และตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593
  2. Go Green พัฒนานวัตกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริม ธุรกิจพลังงานสะอาดทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งเพิ่มสัดส่วน ผลิตภัณฑ์ฉลาก SCG Green Choice ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  3. Lean เหลื่อมล้ำ เพิ่มบทบาทช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ด้วยการพัฒนาทักษะและอาชีพที่ตลาดต้องการให้กับผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19
  4. ย้ำร่วมมือ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานระดับประเทศ อาเซียน และโลก เพื่อขับเคลื่อน ESG ให้เป็นรูปธรรม

ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) กุญแจไขตรงใจลูกค้า

เอสซีจีได้สร้างเครือข่ายแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด บริหารการจัดจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว อาทิ “Prompt Plus” ให้บริการร้านค้าวัสดุก่อสร้างรายย่อยมากกว่า 9,000 ร้านทั่วประเทศ “รักเหมา” ช่วยผู้รับเหมาขนาดกลาง และขนาดเล็กมากกว่า 50,000 ราย รวมทั้งเจ้าของโครงการ ก่อสร้างทั่วประเทศ ให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยัง พัฒนาระบบ Big Data Analytics และ AI มาวิเคราะห์ ความต้องการของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังได้นำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการผลิต อาทิ Digital Twin เทคโนโลยีที่ช่วยปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ Angel-Maintenance ช่วยบริหารงาน ซ่อมบำรุง และลดเวลาการหยุดเครื่องเพื่อซ่อมบำรุง

โซลูชันรักษ์สุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิต

ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุุขอนามัย มากขึ้น เอสซีจีจึงได้เร่งพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์รักษ์ สุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิต อาทิ นวัตกรรมพลาสติกเพื่อ การแพทย์ นวัตกรรมป้องกัน โควิด 19 นวัตกรรมบริหารระบบอาคาร เพื่อปรับคุณภาพอากาศและประหยัดพลังงาน ด้วยเทคโนโลยี IoT นวัตกรรมผนังสมาร์ทบอร์ด ทำให้ห้องมีความสะอาดปลอดภัย ระบบไอออนกำจัดเชื้อโรคในอากาศ ลดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ภายในบ้านและอาคาร รวมทั้งระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ สามารถ ผลิตไฟฟ้าจากหลังคาบ้าน ช่วยลดค่าไฟ หรือหลังคาโรงจอดรถ เพื่อ ใช้งานร่วมกับยานยนต์ไฟฟ้า

ผนึกความร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อน ESG

เอสซีจีเดินหน้าขับเคลื่อนเครือข่ายความร่วมมือ ESG ให้แพร่หลายและกว้างขวางอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2564 เอสซีจีประกาศความมุ่งมั่นผ่านกิจกรรม “ESG Pathway เริ่มด้วยกัน เพื่อเรา เพื่อโลก” แสดงจุดยืนแก้วิกฤตโลกร้อนร่วมกับทุกภาคส่วน ในสังคม อาทิ ธุรกิจเคมิคอลส์ร่วมมือกับยูนิลิเวอร์ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อสิ่งแวดล้อมตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนพลาสติก ใช้แล้วเป็นพลาสติก HDPE รีไซเคิล (rHDPE) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับองค์กรระดับโลก เช่น “Alliance to End Plastic Waste : AEPW” เพื่อร่วมกันจัดการ ปัญหาขยะพลาสติก โดยองค์รวมอย่างยั่งยืน และ “The Ocean Cleanup” เพื่อจัดการปัญหาขยะพลาสติกในแม่น้ำและมหาสมุทร ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างร่วมมือกับ “Global Cement and Concrete Association: GCCA” ลดการปล่อยและกักเก็บ ก๊าซเรือนกระจกในเนื้อคอนกรีต ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และเครือข่ายพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้าง ภายใต้ เครือข่าย “Circular Economy in Construction Industry: CECI” เพื่อลดของเสียในงานก่อสร้าง และนำกลับมาใช้ประโยชน์ ให้มากที่สุด SCGP (ธุรกิจแพคเกจจิ้ง) ร่วมกับไปรษณีย์ไทยและ องค์การเภสัชกรรมจัดโครงการ “ไปรษณีย์ reBOX” เพื่อรีไซเคิล กล่องกระดาษเหลือใช้เป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ให้กับ โรงพยาบาลที่ขาดแคลน

 
     

  ลดเหลื่อมล้ำ สร้างอาชีพทั่วทั้งอาเซียน  
 
     

เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้ผู้ว่างงานที่ได้รับผล กระทบจากโควิด 19 โดยได้ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะอาชีพ ที่ตลาดต้องการแล้วกว่า 3,000 คน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 20,000 คนในปี 2568 เช่น อาชีพพนักงานขับรถบรรทุก โดยโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ อาชีพช่างปรับปรุงบ้าน โดย Q-Chang (คิวช่าง) อาชีพ แปรรูปผลิตภัณฑ์ ขายสินค้าออนไลน์และออฟไลน์ โดยโครงการ พลังชุมชน อาชีพผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ นักบริบาลผู้สูงอายุ โดยมูลนิธิเอสซีจี นอกจากนี้ ยังให้ความรู้ด้านบริหารจัดการน้ำ ชุมชนเพื่อให้มีน้ำอุปโภค บริโภค และทำเกษตร เพิ่มผลผลิต มีรายได้ มั่นคง โดยโครงการเลิกแล้ง เลิกจน และ Kubota Smart Farming สำหรับประเทศในอาเซียน นอกเหนือจากไทย ยังมุ่งสร้าง อาชีพที่เป็นที่ต้องการ เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกร ครู โดยมอบทุนการศึกษา ให้เยาวชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมป้องกัน โควิด 19 ทั้งในประเทศไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง มูลค่า 470 ล้านบาท เช่น นวัตกรรมไอซียูโมดูลาร์ ห้องเอกซเรย์โมดูลาร์ ห้องตรวจเชื้อความดันบวก/ลบ ห้องน้ำสำเร็จรูป เตียงสนาม กระดาษ SCGP กว่า 110,000 เตียง รวมทั้งจัดตั้ง “ศูนย์ฉีดวัคซีน เอสซีจี” เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปกว่า 250,000 คน

 
     

เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2564 พัฒนาทักษะอาชีพ ที่ตลาดต้องการ 3,000 คน ตั้งเป้าเพิ่ม 20,000 คน ในปี 2568

เอสซีจี ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบขององค์กร ในการดำเนินกิจการให้เติบโตควบคู่กับสังคมที่เข้มแข็ง และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน มุ่งมั่นนำแนวทาง ESG มาปฏิบัติในธุรกิจทั้งในประเทศไทย อาเซียน และระดับโลก พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดัน ให้เป็นรูปธรรม โดยยึดหลักความเป็นธรรมและโปร่งใสเป็นหัวใจ ในการดำเนินงาน เพื่อส่งมอบโลกที่น่าอยู่และยั่งยืนให้คนรุ่นต่อไป

คณะกรรมการบริษัทขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ร่วมทุน คู่ค้า คู่ธุรกิจ ลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สถาบันการเงิน ทั้งในและต่างประเทศที่สนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีตลอดมา รวมทั้งพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทสรรพกำลัง ปรับตัวให้องค์กรฝ่าวิกฤต และเติบโตแข็งแกร่ง เอสซีจีขอให้ความมั่นใจว่า จะมุ่งสร้างสรรค์ นวัตกรรมและโซลูชันให้ตรงใจลูกค้า ควบคู่กับการดูแลสังคม และ สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนตลอดไป เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ปี 2564 พัฒนาทักษะอาชีพ ที่ตลาดต้องการ 3,000 คน ตั้งเป้าเพิ่ม 20,000 คน ในปี 2568

กรุงเทพมหานคร วันที่ 26 มกราคม 2565





   
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล
ประธานกรรมการ
 
รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส
กรรมการผู้จัดการใหญ่