“คัดแยกขยะต้นทาง” จุดเริ่มต้นวงจรการจัดการขยะที่สมบูรณ์ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

14 มิถุนายน 2019 7626 views

หลายปีมานี้หลายภาคส่วนต่างหันมาให้ความสำคัญเรื่องขยะกันมากขึ้นแนวทางหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในระดับสากลว่าเป็นทางออกสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือการจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แต่การที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องมีการจัดการและเเยกขยะอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้ง่ายสำหรับการนำไปผ่านกระบวนการต่างๆเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มดังเช่นที่ภาคประชาชนในหลายชุมชนได้ตื่นตัวและลุกขึ้นมาจัดการขยะต้นทางอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดวงจรการจัดการขยะที่สมบูรณ์

ความร่วมมือของเครือข่ายบวร : บ้านวัดโรงเรียนเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างพฤติกรรมนำขยะมาหมุนเวียนต่อยอดคุณค่าคือจุดเริ่มต้นของต้นแบบ Circular Community 

โรงเรียนมีนโยบายเป็นโรงเรียนปลอดขยะโดยร่วมกับธุรกิจเคมิคอลส์เอสซีจีที่ระยองปลูกฝังจิตสำนึกและสอดแทรกปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการส่งเสริมให้เด็กๆตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รู้จักการซ่อมแซมของใช้เช่นโต๊ะเก้าอี้เครื่องตัดหญ้าคอมพิวเตอร์เพื่อลดนิสัยบริโภคนิยมหยุดใช้โฟมลดการใช้ถุงพลาสติกและรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าเพื่อลดขยะต้นทางนอกจากนั้นยังได้ร่วมกับวัดและชุมชนสร้างคุณค่าให้ขยะชุมชนเช่นถังขยะในโรงเรียนทุกใบมาจากถังสังฆทานสำหรับเป็นถังขยะ 4 ประเภทได้แก่ไม้พลาสติกกล่องนมและกระดาษโดยเด็กๆจะแยกขยะตั้งแต่ในห้องเรียนเพื่อให้สามารถนำมารีไซเคิลเป็นของใช้ได้อย่างสะดวกโดยกล่องนมนำมาแปรรูปเป็นโต๊ะเก้าอี้ของนักเรียนอนุบาลหมวกและพัดส่วนไม้ไอศกรีมนำมาทำสื่อการเรียนและกระดาษจะนำมาปั่นแล้วทำเปเปอร์มาเช่เป็นหมวกเทวดาแล้วนำกลับไปถวายวัดเพื่อใช้ในเทศกาลต่างๆหรือแม้แต่การนำเศษอาหารมาทำปุ๋ยสำหรับปลูกต้นไม้ในโรงเรียนและชุมชนคุณบุษบาธนาภรณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนโขดหินมิตรภาพที่ 42 .ระยองกล่าว

       การเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ไม่ง่ายสำหรับชุมชนแต่เมื่อเห็นประโยชน์ว่าทำแล้วช่วยลดปัญหาสุขภาพของชุมชนได้จริงจึงนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

       “ที่ชุมชนมีขยะเยอะถังขยะจึงเยอะมากเช่นกันและนำมาซึ่งปัญหาต่างๆเช่นโรคไข้เลือดออกในปี 2556 ที่ผ่านมาชุมชนจึงเริ่มขับเคลื่อนโครงการขยะร่วมกับบริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรมจำกัดในธุรกิจแพคเกจจิ้งเอสซีจีกองสาธารณสุขสิ่งแวดล้อมภาค 8 และกองสาธารณสุขของเทศบาลตำบลกรับใหญ่ในช่วงแรกก็มีการต่อต้านจากชุมชนเพราะมีความคิดเห็นต่างกันแต่เมื่อทำแล้วเห็นประโยชน์จึงเกิดความร่วมมือทั้งหมู่บ้านกว่า 300 ครัวเรือนโดยแต่ละครัวเรือนจะแยกขยะเพื่อนำไปทำประโยชน์ต่อเช่นนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมักเพื่อปลูกผักปลอดภัยและส่งจำหน่ายในชุมชนใกล้เคียงช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนส่วนกล่องนมถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มนำไปทำหมวกแก้วน้ำและขวดพลาสติกนำไปใช้ปลูกต้นไม้ทำให้เป็นต้นแบบของชุมชนขนาดใหญ่ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากการเข้าประกวดโครงการชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง 3 ปีตั้งแต่ปี 2559-2561 ทุกวันนี้ชุมชนของเราอยู่กันอย่างมีความสุขไร้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและโรคไข้เลือดออกคุณสนั่นเตชะดีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านรางพลับ.กรับใหญ่.บ้านโป่ง.ราชบุรีกล่าว

       เพราะเชื่อว่าการเริ่มต้นด้วยการทิ้งอย่างถูกต้องขยะจะถูกนำไปสร้างคุณค่าได้ใหม่จึงส่งเสริมให้ชุมชนแยกขยะเพราะขยะคือทองคำ

     ​“ที่บ้านแป้นโป่งชัยไม่มีการทิ้งขยะแล้วเพราะได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่เชียงใหม่ด้านการจัดการขยะจึงกลับมาสร้างความเข้าใจกับชุมชนว่าการจัดการขยะไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งทุกคนต้องช่วยกันรับผิดชอบและไม่ใช่เพียงผู้นำหรือเทศบาลเท่านั้นที่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาจากวันนั้นชุมชนได้ลงมติให้มีการคัดแยกขยะครัวเรือนผ่านโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลของเทศบาลตำบลบ้านสาและเอสซีจีเพื่อให้เหลือขยะสำหรับทิ้งน้อยที่สุดผ่านวิธีการต่างๆเช่นเศษอาหารใบไม้ใบหญ้าจะไม่เผาเพื่อลดมลพิษซึ่งก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจแต่นำมาทิ้งลงในเสวียนคอกรอบต้นไม้ที่สานด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านทำให้ได้ปุ๋ยหมักธรรมชาติช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดไม่ต้องรดน้ำและช่วยให้ผลไม้มีรสชาติหวานขึ้นส่วนขยะรีไซเคิลที่คัดแยกไว้ก็สามารถนำมาทำเป็นตะกร้าพัดหมวกเพิ่มมูลค่าให้เศษขยะหรือขายเป็นรายได้เสริมโดยปีที่ผ่านมาทั้งหมู่บ้านสามารถขายขยะได้รวมกันกว่า 63,000 บาทส่วนขยะอันตรายจะนำไปแลกไข่ไก่กับเทศบาลตำบลบ้านสาความร่วมมือนี้ทำให้บ้านแป้นฯได้รับรางวัลชนะเลิศการคัดแยกขยะ 4 ปีซ้อนจากเทศบาลตำบลบ้านสาเดี๋ยวนี้ชาวบ้านขี่รถไปเจอขวดแก้วพลาสติกที่ไหนต้องหยุดเก็บเพราะขยะเหล่านี้เป็นขยะทองคำทั้งนั้น”  ผู้ใหญ่วินัยสายแปงผู้ใหญ่บ้านแป้นโป่งชัยหมู่ที่ 9 .แม่ทะ.ลำปางกล่าว

       เพราะขยะเป็นปัญหาระดับประเทศการแก้ไขให้ได้ประโยชน์และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจว่าปัญหาต่างเป็นปัญหาส่วนรวมและต้องเกิดจากทำงานอย่างจริงจัง

       “เทศบาลฯส่งเสริมให้ชุมชนแยกขยะเพราะมองว่าขยะมีคุณค่าแต่สิ่งสำคัญคือต้องให้ความรู้ชุมชนต่อว่าการขายขยะโดยไม่คัดแยกจะทำให้ถูกกดราคาลงเช่นขวดแก้ว 12 ขวดสามารถขายได้ 4 บาทแต่ถ้ามีการคัดแยกจะสามารถขายได้ 8 บาทเรียกว่ามากกว่า 1 เท่าชุมชนจึงเริ่มเห็นคุณค่าของการแยกขยะโดยเทศบาลฯส่งเสริมให้คัดแยกขยะเป็น 4 ประเภทได้แก่ขยะรีไซเคิลขยะอันตรายขยะอินทรีย์และขยะทั่วไปอีกทั้งยังได้ร่วมกับเอสซีจีจัดตั้งโรงแยกขยะศูนย์จัดการวัสดุที่ไม่ใช้อย่างมีส่วนร่วมของเทศบาลตำบลบ้านสาเพื่อนำขยะที่ชุมชนไม่สามารถนำไปหมุนเวียนใช้ประโยชน์ได้ไปทำเป็นเชื้อเพลิง RDF (Refuse Derived Fuel) สำหรับใช้ในกระบวนการผลิตของเอสซีจีนอกจากจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยให้ชุมชนมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยคุณนภปนนท์สุรินทร์โทปลัดเทศบาลตำบลบ้านสา.แจ้ห่ม.ลำปางกล่าว

       เอสซีจียังคงเดินหน้าสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางตามแนวปฏิบัติ SCG Circular Way โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญรวมถึงการสร้างเครือข่ายให้เกิดพลังที่เข้มแข็งเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดวงจรการจัดการขยะที่สมบูรณ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนให้ประเทศและสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป