หน้าหลัก > ข่าวและความเคลื่อนไหว

ข่าวและความเคลื่อนไหว

ข่าวประชาสัมพันธ์

เอสซีจี นวัตกรรมผสานพลังพนักงานขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

วันที่ : 10 มกราคม 2561


 

จากวิสัยทัศน์ที่ว่า เอสซีจีจะเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคอาเซียน มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนให้กับอาเซียนและทุกชุมชนที่เข้าไปดำเนินงาน มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ภายใต้คุณภาพการบริหารงานระดับโลก สอดคล้องกับหลักบรรษัทภิบาลที่ดี และมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง

อีกทั้งยังมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน ด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากกระบวนการดำเนินงานการพัฒนาเทคโนโลยีและการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความเป็นเลิศนั้นที่ผ่านมา การเติบโตของธุรกิจมีปัจจัยหลักมาจากการที่องค์กรมีวัฒนธรรมแข็งแกร่ง สร้างคนที่มี DNA เดียวกัน โดยยึดหลักอุดมการณ์ 4 ได้แก่ 1.ตั้งมั่นในความเป็นธรรม 2.มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ 3.เชื่อมั่นในคุณค่าของคน 4.ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม

คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า อุดมการณ์ 4 เป็นหลักคิดและหลักปฎิบัติของพนักงานทุกคน เมื่อผสานกับความ Open "เปิดใจรับฟัง" และ Challenge "พร้อมรับสิ่งท้าทาย" ทำให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ทันการเปลี่ยนแปลงของดลกและเทคโนโลยี เป็นไปตามวิสัยทัศน์

นวัตกรรม+พลังพนักงาน: รูปธรรมสร้างการเติบโตและความแตกต่าง

กับเป้าหมายการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมสร้างสรรค์สินค้าและบริการต่างจากคู่แข่ง ตอบสนองและยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้บริโภคสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจสู่ความเป็นผู้นำ ทั้งในไทยและอาเซียนด้วยนั้น คุณรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ความสำเร็จที่ผ่านมาเป็นผลจากวิสัยทัศน์ผู้บริหาร ตอกย้ำเองการพัฒนานวัตกรรมอย่างจริงจังมาตลอด

"การพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับนโยบายข้างต้น เน้นให้ความสำคัญกับความเป็นมืออาชีพและการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเป็นธงนำต้องจัดการกลยุทธ์ สร้างการเติบโตผ่านพลังของนวัตกรรมซึ่งเป็นงานท้าทายอย่างยิ่ง"
การเอาชนะความท้าทาย เรื่องแรก ต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมต่อเนื่อง

"เอสซีจี เน้นให้ทุกคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด กล้าริเริ่ม และกล้าเรียนรู้ โดยปลูกฝังให้พนักงานกว่า 50,000 คน ของทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศมีความคิดสร้างสรรค์"

ความท้าทายเรื่องที่ 2 คือ แม้มีความคิดสร้างสรรค์แล้วแต่ภายใต้ข้อเท็จริงที่ว่า เอสซีจีเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานของพนักงานทั้งหมดด้วย

"มีการพูดกันภายในถึง Speed ซึ่งไม่ได้หมายถึงความเร็วอย่างเดียว แต่รวมถึงความคล่องตัวในการทำธุรกิจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาของบริษัทใหญ่ๆ เหมือนกันหมด คือทำอะไรช้า ไม่ทันตลาด ไม่ทันคู่แข่ง เราเป็นองค์กรใหญ่พอสมควรทำอย่างไรให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น ตามตลาด ตามการแข่งขันได้เร็วขึ้น ถ้าทำได้ก็จะขยายธุรกิจออกไปได้ยั่งยืนในอนาคต"

รูปธรรมเห็นได้จากการที่เอสซีจีให้ความสำคัญและดำเนินการมาตลอด กับการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services) ตอบสนองความต้องการหลากหลายและพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดีขึ้น สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ทั้งที่ทำโดยทีมงานเอสซีจีเองและร่วมมือกับสถาบันชั้นนำของไทยและระดับโลก

ผลกระทบดิจิตัล: Transform ระบบ Transform คน

คุณรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเอสซีจีตระหนักถึงการปรับตัวหลายๆ ด้าน เตรียมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มาตลอด เช่น ปรับเปลี่ยน Business Model ที่ปัจจุบันอยู่ในภาคการผลิตถึง 99% แต่อีก 10 ปี ข้างหน้าจะลดลงเหลือ 60-70% โดยเน้นภาคบริการและการสร้าง Solution เพื่อแก้ปัญหาต่างๆให้กับลูกค้า

การที่ปัจจุบันธุรกิจเน้น B2B เปลี่ยนเป็นต้องเน้น B2C มากขึ้น รวมทั้งการมีธุรกิจอยู่ในอาเซียนหลายประเทศ กำลังขยายตัวต่อเนื่องจากสัดส่วน 40% ในปัจจุบัน แต่ละประเทศความต้องการต่างกัน บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าและบริการเหมือนกันแล้วขายทั่วโลก แต่ต้องพัฒนาให้ตรงตามความต้องการจึงสามารถแข่งขันในภูมิภาคได้ทำให้ต้องนำดิจิทัลมาปรับใช้ เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้รวดเร็ว

"เมื่อใช้ดิจิทัลก็เป็นวามท้าทาย ต้องบริหารจัดการคนให้มี Mindset พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง กำหนดเป้าหมายชัดเจน สื่อสารสร้างความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ร่วมกันหา Solution ที่เหมาะสมสำหรับบริบทของแต่ละองค์กร ทำให้สามารถตอบโจทย์เป้าหมาย"

"อุตสาหกรรมต่างกัน กรแก้ปัญหาย่อมยากง่ายต่างกันแต่ถ้าเราใช้ประโยชน์จากดิจิทัลตอบสนองและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้เป็นระบบมีประสิทธิภาพ แม้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหนก็พาองค์กรสู่ความสำเร็จได้แน่นอน"

อีกด้านหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็ว เอสซีจีจึงตั้งบริษัท Corporate Venture Capital ภายใต้ชื่อ "AddVentures" เสริมศักยภาพลงทุนในสตาร์ทอัพไทยและทั่วโลก ที่มีจุดเด่นเรื่องสร้างนวัตกรรมจากมุมของผู้บริโภค

"AddVentures เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทำให้เอสซีจีเชื่อมโยงนวัตกรรมต่างๆ ที่มีศักยภาพสูงและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับองค์กรภายนอก เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ลูกค้าได้ใช้สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ดารยกระดับคุณภาพชีวิตให้สะดวกสบาย รวดเร็วมากขึ้น ทำให้ข้อจำกัดการทำธุรกิจแบบเดิมๆ หายไป พร้อมทั้งยังช่วยเสริมรากฐานระยะยาว ทำให้เอสซีจีเป็นองค์กรที่นำดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต"

ล่าสุดเปิดตัว "Open Innovation Center" ศูนย์กลางเปิดรับความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาทั่วโลก เพื่อให้เกิดเครือข่ายสร้างสรรค์ที่เร็วและดีกว่าเดิม ใช้จุดเด่นที่เอสซีจีมีทั้งทรัพยากร เครื่องมือ วิธีการทำงานเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจึงรวดเร็วกว่าการทำ R&D ทั่วไป

หลัก "เศรษฐกิจพอเพียง" สร้างธุรกิจยั่งยืน

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นหลักคิดที่ทุกธุรกิจและทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ ศาตร์เรื่องนี้ "สอนให้ทำธุรกิจอย่างยั่งยืน" ตั้งอยู่บนพื้นฐาน "ความไม่ประมาท" เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้อยู่ได้มั่นคง โดยเอสซีจียึดหลักปรัชญาดังกล่าวปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจมาตลอด

หัวใจสำคัญของหลักปรัชญา ยึด 2 เงื่อนไขสำคัญ คือ ความรู้และคุณธรรม ผ่าน 3 กระบวนการคิด คือ พอประมาณ มีเหตุผล และภูมิคุ้มกันที่ดี เกิดความสมดุลสี่มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

"เรื่องหนึ่งที่เอสซีจีเรียนรู้จากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การดำเนินธุรกิจด้วย "คุณธรรม" เน้นสร้างองค์กรคนเก่งและดี สอดคล้องกับอุดมการณ์ 4 ส่งผลให้เกิดความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ สนับสนุนองค์กรทุกเรื่อง"

ทั้งนี้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและวามผันผวนต่างๆ ทั้งจากเศรษฐกิจโลก กระแสดิจิทัล หรือความเสี่ยงอื่นๆ ที่ซับซ้อนรุนแรงการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ทำให้เอสซีจีมีภูมิคุ้มกันในการดำเนินธุรกิจ เมื่อผสานกับการจัดให้มีการบริหารจัดการ เสริมสร้างความตระหนักรู้และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรตามมาตรฐานสากล การวางกลยุทธ์การปฎิบัติงานตัดสินใจลงทุนใหม่ สามารถส้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

สุดท้าย คุณรุ่งโรจน์ สรุปว่าประเด็นสำคัญที่สุดในการปรับตัวรับกระแสการเปลี่ยนแปลงใดๆ คือการพัฒนาบุคคลากร ให้มรความสามารถโดดเด่นแตกต่างมีจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการภายในองค์กรซึงทำได้โดยการเปลี่ยน Mindset ให้เข้าใจว่า "องค์กรนวัตกรรม" รวมถึงมุ่งเน้นให้เห็นความสำคัญของความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

MONOGRAPH ISSUE9/2560

 
  ย้อนกลับ