หน้าหลัก > ข่าวและความเคลื่อนไหว

ข่าวและความเคลื่อนไหว

ข่าวประชาสัมพันธ์

GIZTIX ประกาศรับเงินลงทุนจาก AddVentures โดยเอสซีจี เดินหน้าปฏิวัติวงการโลจิสติกส์

วันที่ : 24 พฤศจิกายน 2560


 

GIZTIX ประกาศรับเงินลงทุนรอบ Series A จาก 3 ยักษ์ใหญ่ AddVentures โดยเอสซีจี-Wavemaker-500 TukTuks หวังได้พันธมิตรเดินหน้าปฏิวัติวงการโลจิสติกส์สู่ยุคดิจิทัล พร้อมโกยยอดขายพุ่ง 10 เท่าในอีก 2 ปี ด้าน AddVentures โดยเอสซีจีเผยลงทุน GIZTIX เป็นสตาร์ทอัพเจ้าแรก เล็งใช้ความเชี่ยวชาญโลจิสติกส์ของเอสซีจีต่อยอดนวัตกรรมสู่ผู้ใช้บริการ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “You Innovate, We Scale” เอื้อการเติบโตสู่ผู้นำอาเซียน พร้อมส่งมอบบริการขนส่งที่ดีกว่าและเร็วกว่าให้แก่ภาคธุรกิจ

นายสิทธิศักดิ์ วงศ์สมนึก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง GIZTIX (จิซทิกซ์) สตาร์ทอัพอันดับหนึ่งด้านการบริการขนส่ง ผ่านระบบตลาดขนส่งออนไลน์ กล่าวว่า บริษัทได้รับเงินทุนเพิ่มในรอบ Series A เป็นจำนวน 1.65 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 3 กองทุนยักษ์ใหญ่ นำโดย AddVentures โดยเอสซีจี Wavemaker และ 500 Tuktuks เพื่อนำไปใช้ในการขยายธุรกิจ ปฏิวัติวงการโลจิสติกส์ไทยให้ไปสู่ดิจิทัล ตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ“ในการระดมทุนรอบ Series A ครั้งนี้ เราเน้นไปที่การหาทั้งเงินทุนและพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์และพันธกิจคล้ายคลึงกันเพื่อช่วยให้ธุรกิจของ GIZTIX เจริญเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและมั่นคง สำหรับ AddVentures โดยเอสซีจี และWavemaker นั้นเป็น Corporate Venture Capital ที่ไม่ได้เป็นแค่นักลงทุน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่จะตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เราเชื่อว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า GIZTIX จะมียอดขายเติบโตอย่างน้อย 10 เท่า ช่วยพัฒนาผู้ให้บริการโลจิสติกส์อีกอย่างน้อย 4,000 บริษัทในการบริหารจัดการขนส่งออนไลน์ แบ่งสัดส่วนเป็นในไทย 80% และในประเทศเพื่อนบ้านอีก 20%” นายสิทธิศักดิ์ กล่าว

สำหรับ GIZTIX ก่อตั้งขึ้นมาแล้วประมาณ 2 ปี โดยกลุ่มผู้มีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจโลจิสติกส์และพัฒนาโปรแกรมโลจิสติกส์ มีวิสัยทัศน์คือต้องการให้การใช้บริการโลจิสติกส์นั้นง่ายเหมือนการจองโรงแรมหรือจองตั๋วเครื่องบิน ลดขั้นตอนงานข้อผิดพลาดในการขนส่ง ปัจจุบัน มีบริการตรวจสอบราคาขนส่งแบบ On-demand และแบบประมูล (e-Bidding) พร้อมทั้งบริการจองและชำระค่าบริการโลจิสติกส์ ขณะเดียวกัน GIZTIX ยังเป็นผู้พัฒนาระบบจัดการขนส่ง ให้กับผู้ให้บริการขนส่งได้ใช้ฟรีเพื่อสร้างมาตรฐาน Logistics 4.0 ใหม่ในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายของ GIZTIX เติบโตเฉลี่ยเดือนละ 30% มีงานขนส่งอยู่ที่ 700-800 งานต่อเดือนจากการจองบริการขนส่งออนไลน์ มีบริษัทโลจิสติกส์อยู่บน Platform มากกว่า 300 บริษัท มีรถมากกว่า 1,500 คัน และมีสัดส่วนลูกค้าเป็นกลุ่ม B2B ประมาณ 99% และยังได้รับเงินทุนในรอบ Seed Fund จาก KK Fund และ 500 TukTuksเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลระดับเอเชียหลายรางวัล เช่น dtac Accelerate 2015, Echelon 2015, Techsauce 2016

ด้าน ดร.จาชชัว แพส กรรมการผู้จัดการ AddVentures กล่าวว่า การลงทุนใน GIZTIX ครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนโดยตรง(Direct Investment) ในสตาร์ทอัพครั้งแรกของ AddVentures สาเหตุสำคัญที่ตัดสินใจเลือก GIZTIX เป็นรายแรก เพราะเล็งเห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของทีม GIZTIX ในการแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อย่างจริงจัง และพิสูจน์ได้ว่า สามารถเดินหน้าไปสู่วิสัยทัศน์ได้จริง ขณะเดียวกันวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของ GIZTIX ยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี โลจิสติกส์ ที่ต้องการขยายการเติบโตไปสู่ระดับภูมิภาค เราจึงสามารถใช้ความเชี่ยวชาญของเราในธุรกิจโลจิสติกส์มาช่วยกันต่อยอดกับ GIZTIX ให้เติบโตไปด้วยกันสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจโลจิสติกส์ของอาเซียน

สำหรับทิศทางการลงทุนของ AddVentures โดยเอสซีจี ยังคงมุ่งเน้นการช่วยเหลือสตาร์ทอัพด้าน B2B, Enterprise และIndustrial ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามวิสัยทัศน์ You Innovate, We Scale” ดร.จาชชัว กล่าว

ปัจจุบัน เอสซีจี โลจิสติกส์ ถือเป็นผู้บริหารจัดการรถบรรทุกสำหรับขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในไทย มีพันธมิตรเครือข่ายรถบรรทุกภายใต้บริการกว่า 7,000 คัน หลังจากนี้ จะมีการนำดีลเลอร์และพันธมิตรของเอสซีจี โลจิสติกส์เข้ามาอยู่บนแพลทฟอร์มของ GIZTIX เพื่อเป็นอีกช่องทางในการช่วยแก้ปัญหาให้แก่ผู้ที่ต้องการบริการการขนส่ง เชื่อว่าจะช่วยให้เกิดการส่งมอบบริการด้านโลจิสติกส์ที่ดีกว่า รวดเร็วกว่า และตรวจสอบได้ ตอบโจทย์ภาคธุรกิจที่ต้องการบริการขนส่งเพิ่มขึ้นทั่วอาเซียน

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ ถือเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงมากในอาเซียน เนื่องจากอาเซียนมีประชากรกว่า 620 ล้านคน มีมูลค่าอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทั่วทั้งภูมิภาครวมกันถึง 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อาเซียนยังเป็นภูมิภาคที่ธุรกิจ e-Commerce กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความต้องการบริการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามาจะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตให้แก่ทุกฝ่าย

ด้าน นายเรืองโรจน์ พูนผล Venture Partner ของ 500 Tuktuks กล่าวว่า การลงทุนกับ GIZTIX ครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนต่อเนื่องรอบที่ 2 เนื่องจากวันแรกที่ตัดสินใจลงทุน seed round กับ Giztix เพราะเรามองเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและ passion ของ founder กับทีมงานที่อยากจะเปลี่ยนแปลงระบบ logistics ให้ดีขึ้นและ efficient ขึ้น อย่างไรก็ตามธุรกิจด้าน Logistics ในประเทศไทยเป็น space ที่ใหญ่และสามารถเติบโตได้อีกเยอะมากโดยเฉพาะด้าน B2B แต่ก็มีความท้าทายสูงมากเช่นกัน เพราะฉะนั้น การมี partner ที่มั่นคงอย่าง SCG ที่ได้เข้ามา lead Series A round ทำให้เรายิ่งเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะขยายไปในทางที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และกว้างขวางขึ้นอย่างแน่นอน

ในงานแถลงข่าว ยังมีนักลงทุนที่ได้ลงทุนใน GIZTIX ในรอบ Seed round ที่ได้ช่วย GIZTIX โตได้ถึงทุกวันนี้ได้แก่ KK Fund และ Dtac Accelerate Mr. Kochi Satio, Managing partners of KK fund ได้กล่าวในงานว่า “เราได้ลงทุนกับ GIZTIX ในรอบ Seed Round เพราะว่าเราเชื่อมั่นในทีมผู้ก่อตั้งของ GIZTIX ที่มี Passion และ Background ที่ดีมาก ในการทำ Logistics Startup และรวมไปถึงการ Position ตัวเองที่ชัดเจน คือ การเป็นนักพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่าการเป็นผู้ให้บริการ Logistics”

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ดีใจมากๆครับ, จำได้ว่าตอน GIZTIX เข้าโครงการมาใหม่ๆยังเป็นแค่ไอเดียอยู่เลย มาวันนี้ GIZTIX เป็นอีก 1 ตัวอย่างของ startup ไทยจากโครงการ dtac Accelerate ที่โชว์ศักยภาพให้เห็นว่าสามารถเติบโตมากกว่า 10 เท่า จนมีมูลค่าบริษัทรวมกว่า 300 ล้านบาท ในระยะเวลาไม่ถึง 2ปี ปัจจุบันมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 30% ทุกเดือน มากไปกว่านั้นวันนี้เองได้ SCG ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ Top3 ของประเทศมาร่วมลงทุนรอบ SeriesA ใน GizTix ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า Startup ไทยรายนี้จะสามารถเติบโตไประดับภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้ไม่น้อยหน้ารุ่นพี่อย่าง ClaimDi จาก batch#2 หรือ น้องใหม่มาแรงอย่าง FINNOMENA จาก batch#4 อย่างแน่นอนครับ.”

ทั้งนี้ GIZTIX ยังได้ประกาศเปิดตัว E-Logistics Association อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสิทธิศักดิ์ จาก GIZTIX เป็นประธานสมาคม โดยร่วมมือกับสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ชั้นนำ ได้แก่ บริษัท Siam Outlet, Shippop, MyCloud Fulfillment มีเป้าหมายคือการร่วมมือกัน ส่งเสริมการพัฒนาระบบ E-Logistics และการอบรมและให้ความรู้ แก่ผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไป และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ในการปรับระบบขนส่งให้เป็นระบบดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ

 
  ย้อนกลับ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอสซีจี ตั้ง “AddVentures” เสริมแกร่งศักยภาพสตาร์ทอัพทั่วโลก หวังพลิกโฉมธุรกิจ-เพิ่มขีดแข่งขัน-สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่ดีและเร็วยิ่งขึ้นให้ลูกค้า